แชร์

ซื้อหูฟังไม่ปวดหู รุ่นไหนดี? แนะนำ 3 รุ่น ใส่สบาย ใช้งานได้จริง ปี 2026

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ค. 2026
ซื้อหูฟังไม่ปวดหู_รุ่นไหนดี_แนะนำ_3_รุ่น_ใส่สบาย_ใช้งานได้จริง_ปี_2026

หากคุณเคยใส่หูฟังแล้วรู้สึกเจ็บใบหู ปวดรูหู หรือเริ่มรู้สึกอึดอัดหลังใช้งานต่อเนื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง คุณไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เรียนออนไลน์ เล่นเกม หรือฟังเพลงเป็นเวลานาน

การเลือก หูฟังไม่ปวดหู ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับรูปแบบของหูฟัง น้ำหนัก การกระจายน้ำหนัก วัสดุที่สัมผัสกับหู รวมถึงลักษณะการใช้งานของแต่ละคน หากเลือกได้เหมาะสม คุณจะสามารถใช้งานได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้าหรือกดทับบริเวณใบหู

บทความนี้ได้รวบรวม 3 รุ่นที่เน้นความสบายในการสวมใส่ ครอบคลุมทั้งหูฟังแบบ Over-Ear, In-Ear และ Earbud เพื่อช่วยให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้นตามลักษณะการใช้งานจริง พร้อมอธิบายว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหนจึงจะตอบโจทย์ที่สุด

 

เลือกหูฟังอย่างไรให้ใส่สบายและไม่ปวดหู?

ก่อนตัดสินใจซื้อ หลายคนมักให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงหรือระบบตัดเสียงรบกวนเป็นอันดับแรก แต่หากต้องใช้งานหลายชั่วโมง ความสบายในการสวมใส่ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหูฟังที่ไม่เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน อาจทำให้เกิดแรงกด ความอับชื้น หรือความเมื่อยล้าของหูได้

 

1. เลือกประเภทของหูฟังให้เหมาะกับการใช้งาน

  • Over-Ear เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น ทำงาน ตัดต่อวิดีโอ หรือเรียนออนไลน์ เพราะครอบรอบใบหูและช่วยกระจายแรงกดได้ดีกว่า
  • In-Ear เหมาะกับผู้ที่ต้องการความกระชับ พกพาง่าย และใช้งานระหว่างเดินทาง ออกกำลังกาย หรือประชุมออนไลน์
  • Earbud เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบแรงกดภายในรูหู ให้ความรู้สึกโปร่ง สวมใส่ง่าย และใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวก

2. น้ำหนักของหูฟังมีผลต่อความสบาย

หูฟังที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยลดแรงกดบริเวณใบหูและศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ขณะที่หูฟัง In-Ear และ Earbud ที่มีน้ำหนักเพียงไม่กี่กรัมต่อข้าง มักให้ความรู้สึกคล่องตัวและเหมาะกับการพกพา

3. วัสดุของฟองน้ำหรือจุกหูฟัง

สำหรับหูฟังครอบหู ควรเลือกวัสดุนุ่ม เช่น เมมโมรี่โฟม ที่ช่วยกระจายน้ำหนักและลดแรงกดรอบใบหู ส่วนหูฟัง In-Ear ควรเลือกขนาดจุกซิลิโคนหรือจุกโฟมที่พอดีกับช่องหู เพื่อให้สวมใส่ได้สบายและลดโอกาสเกิดอาการเจ็บหู

4. ระบบตัดเสียงรบกวนช่วยลดความล้าของการฟัง

หูฟังที่มีระบบ Active Noise Cancellation (ANC) สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเร่งระดับเสียงมากเกินไป ซึ่งช่วยให้ฟังเพลง ดูหนัง หรือประชุมออนไลน์ได้สบายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในสำนักงาน ร้านกาแฟ หรือระหว่างเดินทาง

 

แนะนำ 3 รุ่นหูฟังไม่ปวดหู ใช้งานได้จริง

เพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น เราแบ่งตามลักษณะการใช้งานจริงของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานทั้งวัน ชอบหูฟัง In-Ear หรือผู้ที่ต้องการหูฟังแบบ Earbud ที่ให้ความรู้สึกโปร่งและสบายในการสวมใส่

ทั้ง 3 รุ่นต่อไปนี้ มีจุดเด่นแตกต่างกันในด้านการออกแบบ ความสบายในการสวมใส่ และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อให้คุณสามารถเลือกได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

 

 

1. iSUPER SOUND COMFORT PRO เหมาะสำหรับคนทำงานทั้งวัน และต้องการความสบายสูงสุด

หากคุณกำลังมองหา หูฟังไม่ปวดหูสำหรับใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ประชุมออนไลน์ ตัดต่อวิดีโอ หรือฟังเพลงระหว่างทำงาน iSUPER SOUND COMFORT PRO ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุดในบทความนี้

เนื่องจากเป็นหูฟังแบบ Over-Ear (ครอบหู) ตัวครอบจะโอบรอบใบหูแทนการกดลงบนใบหูโดยตรง จึงช่วยลดแรงกดได้ดีกว่าหูฟังแบบ On-Ear อีกทั้งยังใช้ เมมโมรี่โฟมหุ้มหนังสังเคราะห์ ที่ให้สัมผัสนุ่ม รองรับรูปทรงใบหู และช่วยให้สวมใส่สบายแม้ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

จุดเด่นที่เหมาะกับคนใส่หูฟังนาน ๆ

  • Over-Ear ครอบรอบใบหู ลดแรงกดขณะใช้งาน
  • เมมโมรี่โฟมนุ่ม ช่วยกระจายน้ำหนักรอบใบหู
  • ระบายอากาศได้ดี ลดความอับเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
  • น้ำหนักสมดุล สวมใส่มั่นคง
  • เหมาะสำหรับการทำงาน เรียนออนไลน์ และดูภาพยนตร์

ระบบตัดเสียงรบกวนที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์

SOUND COMFORT PRO มาพร้อมระบบ Adaptive ANC ที่สามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง -50dB พร้อมโหมดการใช้งานที่หลากหลาย เช่น

  • Adaptive Mode ปรับระดับการตัดเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม
  • Noisy Mode สำหรับพื้นที่ที่มีเสียงดังมาก
  • Commuting Mode เหมาะกับการเดินทาง
  • Indoor Mode สำหรับการใช้งานภายในอาคาร
  • Anti-Wind Noise ลดเสียงลมขณะใช้งานกลางแจ้ง

นอกจากนี้ยังมี Transparency Mode ที่ช่วยให้สามารถได้ยินเสียงรอบตัวโดยไม่ต้องถอดหูฟัง เหมาะสำหรับการเดินบนทางเท้า พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือรอฟังประกาศในสถานที่สาธารณะ

คุณภาพเสียงสำหรับการฟังเพลงและความบันเทิง

หูฟังรุ่นนี้ใช้ Dynamic Driver ขนาด 40 มิลลิเมตร รองรับย่านความถี่กว้างตั้งแต่ 20Hz40,000Hz ให้รายละเอียดเสียงครบทั้งเบส กลาง และแหลม พร้อมรองรับ LDAC สำหรับการรับส่งข้อมูลเสียงคุณภาพสูงผ่าน Bluetooth ทำให้ฟังเพลงได้เต็มอรรถรสมากขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานแบบมีสาย ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านพอร์ต AUX 3.5 มิลลิเมตร ได้ทันที จึงใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม หรืออุปกรณ์เสียงอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก

เหมาะกับใคร?

  • คนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง
  • นักเรียน นักศึกษา เรียนออนไลน์เป็นประจำ
  • ผู้ที่ประชุมออนไลน์ทุกวัน
  • คนที่ต้องการหูฟังครอบหูใส่สบาย
  • ผู้ที่ต้องการแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน
เหมาะสำหรับ: (5/5)
หากเป้าหมายหลักคือ "ซื้อหูฟังไม่ปวดหู" และต้องใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดจากทั้ง 3 รุ่น

 

 

2. iSUPER SOUND PRO Max สำหรับคนชอบ In-Ear ที่กระชับ แต่ยังสวมใส่สบาย

หลายคนชื่นชอบหูฟังแบบ In-Ear เพราะให้เสียงแน่น เบสชัด และกระชับขณะเคลื่อนไหว แต่ก็มักกังวลเรื่องอาการเจ็บหูหลังใช้งานเป็นเวลานาน

iSUPER SOUND PRO Max ถูกออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว ด้วยรูปทรงที่พอดีกับสรีระของใบหู พร้อมน้ำหนักเพียง 4 กรัมต่อข้าง ทำให้รู้สึกเบาเมื่อสวมใส่ และลดแรงกดภายในช่องหูได้ดีกว่าหูฟัง In-Ear ที่มีขนาดใหญ่

จุดเด่นด้านความสบายในการสวมใส่

  • น้ำหนักเพียง 4 กรัมต่อข้าง
  • ออกแบบให้แนบกับรูปทรงหู
  • ลดโอกาสการเลื่อนหลุดระหว่างใช้งาน
  • เหมาะสำหรับการเดินทางและใช้งานประจำวัน

Adaptive ANC ช่วยให้ฟังสบายขึ้น

รุ่นนี้รองรับ Adaptive ANC สูงสุด -46dB พร้อมระบบ AI ที่ช่วยปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อม ลดความจำเป็นในการเพิ่มระดับเสียงเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดัง จึงช่วยให้การฟังเพลงหรือดูคอนเทนต์สบายมากยิ่งขึ้น

ไมโครโฟน 6 ตัว พร้อม ENC

สำหรับผู้ที่ประชุมออนไลน์หรือโทรศัพท์เป็นประจำ SOUND PRO Max มาพร้อมไมโครโฟนทั้งหมด 6 ตัว พร้อมระบบ ENC ลดเสียงรบกวนระหว่างสนทนา ช่วยให้เสียงพูดคมชัดแม้อยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรอบข้าง

ฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

  • Smart Wearing Detect ถอดหูฟังแล้วเพลงหยุดอัตโนมัติ
  • รองรับ Multipoint เชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์
  • Bluetooth 5.3 เชื่อมต่อเสถียร
  • Game Mode ลดความหน่วงต่ำสุดประมาณ 80ms
  • รองรับแอป iSUPER Play สำหรับปรับแต่งการใช้งาน

แบตเตอรี่สำหรับการใช้งานตลอดวัน

แบตเตอรี่สามารถใช้งานรวมกับเคสได้สูงสุด 34 ชั่วโมง หรือประมาณ 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการหูฟัง In-Ear น้ำหนักเบา
  • คนที่เดินทางทุกวัน
  • ผู้ที่ต้องการ ANC ในขนาดกะทัดรัด
  • ผู้ที่ต้องการใช้ทั้งฟังเพลง โทรศัพท์ และประชุมออนไลน์
เหมาะสำหรับ: (4.8/5)
หากต้องการหูฟัง In-Ear ที่ให้ความกระชับ พร้อมน้ำหนักเบาและฟังก์ชันครบ SOUND PRO Max เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

3. iSUPER SOUND PRO Air สำหรับคนไม่ชอบแรงกดในรูหู และต้องการความรู้สึกโปร่งสบาย

หากคุณเป็นคนที่ใส่หูฟัง In-Ear แล้วรู้สึกอึดอัด หรือมีอาการเจ็บบริเวณรูหูหลังใช้งานไม่นาน iSUPER SOUND PRO Air เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้รับการออกแบบในสไตล์ Earbud ที่ให้ความรู้สึกโปร่งกว่า ลดแรงกดภายในช่องหู และสวมใส่ง่ายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพียง 4 กรัมต่อข้าง พร้อมการออกแบบองศาการสวมใส่ประมาณ 50° เพื่อให้กระชับกับรูปทรงหู ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องใส่ฟังเพลง ดูวิดีโอ หรือประชุมออนไลน์เป็นเวลานาน

จุดเด่นที่เหมาะกับคนต้องการความสบาย

  • ดีไซน์ Earbud ให้ความรู้สึกโปร่งกว่าหูฟังแบบ In-Ear
  • น้ำหนักเพียง 4 กรัมต่อข้าง
  • ออกแบบองศาการสวมใส่ 50° เพื่อช่วยให้กระชับและสบาย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบแรงกดภายในช่องหู

Adaptive ANC พร้อมระบบลดเสียงลม

แม้จะเป็นหูฟังที่เน้นความสบายในการสวมใส่ แต่ SOUND PRO Air ยังมาพร้อม Adaptive ANC และ Adaptive Wind Noise Cancellation ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมและเสียงลมขณะใช้งานกลางแจ้ง ทำให้การฟังเพลงหรือสนทนามีความต่อเนื่องมากขึ้น

คุณภาพเสียงที่ครบทุกย่าน

ภายในติดตั้ง Dynamic Driver ขนาด 13 มิลลิเมตร พร้อม AI Algorithm สำหรับปรับแต่งโทนเสียงให้มีความสมดุล ให้รายละเอียดเสียงครบทั้งย่านเบส เสียงร้อง และเสียงแหลม เหมาะทั้งการฟังเพลง ดูภาพยนตร์ และรับชมคอนเทนต์ออนไลน์

รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

  • ไมโครโฟน 6 ตัว พร้อม ENC ลดเสียงรบกวนระหว่างสนทนา
  • Bluetooth 5.3 เชื่อมต่อรวดเร็วและเสถียร
  • Multipoint เชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์
  • Game Mode ลดความหน่วงในการเล่นเกม
  • รองรับการตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน iSUPER Play

แบตเตอรี่

สามารถใช้งานรวมกับเคสชาร์จได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง หรือประมาณ 23 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปตลอดทั้งวัน

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ไม่ชอบความอึดอัดของหูฟัง In-Ear
  • คนที่ต้องการหูฟังน้ำหนักเบา
  • ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการใส่สบายเป็นหลัก
  • ผู้ที่ฟังเพลง ดูหนัง หรือประชุมออนไลน์ในชีวิตประจำวัน
เหมาะสำหรับ: (4.7/5)
หากให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่ และต้องการหูฟังที่ให้ความรู้สึกโปร่ง SOUND PRO Air เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

 

เปรียบเทียบหูฟังทั้ง 3 รุ่น

รุ่น ประเภท จุดเด่น เหมาะกับใคร
iSUPER SOUND COMFORT PRO Over-Ear เมมโมรี่โฟม, ANC สูงสุด -50dB, Bluetooth + AUX, แบตเตอรี่สูงสุด 55 ชั่วโมง ทำงานทั้งวัน, เรียนออนไลน์, ตัดต่อ, ดูหนัง
iSUPER SOUND PRO Max In-Ear น้ำหนัก 4 กรัม, Adaptive ANC, Smart Wearing Detect, แบตเตอรี่สูงสุด 34 ชั่วโมง เดินทาง, ประชุม, ฟังเพลง, ใช้งานทุกวัน
iSUPER SOUND PRO Air Earbud ดีไซน์โปร่ง, น้ำหนัก 4 กรัม, Adaptive ANC, AI Sound Algorithm ผู้ที่ไม่ชอบแรงกดในรูหู, ฟังเพลงทั่วไป

 

ซื้อหูฟังไม่ปวดหู รุ่นไหนดี?

หากคำถามของคุณคือ "ซื้อหูฟังไม่ปวดหู รุ่นไหนดี?" คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน เพราะไม่มีหูฟังรุ่นใดที่เหมาะกับทุกคน แต่ละรูปแบบมีข้อดีแตกต่างกัน

  • เลือก iSUPER SOUND COMFORT PRO
    หากต้องการหูฟังครอบหูสำหรับใช้งานหลายชั่วโมง เน้นความสบายสูงสุด พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน
  • เลือก iSUPER SOUND PRO Max
    หากต้องการหูฟัง In-Ear ที่กระชับ น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการเดินทาง การทำงาน และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • เลือก iSUPER SOUND PRO Air
    หากไม่ชอบแรงกดในรูหู ต้องการความรู้สึกโปร่ง และสวมใส่สบายสำหรับการใช้งานทั่วไป

สรุป

การเลือกหูฟังที่ใส่สบาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ระยะเวลาที่สวมใส่ และความชอบส่วนบุคคล หากเลือกประเภทหูฟังได้เหมาะสม จะช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความสบายในการใช้งานได้อย่างชัดเจน

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเปรียบเทียบทั้งรูปแบบของหูฟัง ฟังก์ชันการใช้งาน ระบบตัดเสียงรบกวน อายุแบตเตอรี่ และความสบายในการสวมใส่ เพื่อให้ได้รุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซื้อหูฟังไม่ปวดหู ควรเลือกแบบไหนดี?

หากใช้งานหลายชั่วโมง เช่น ทำงาน ประชุมออนไลน์ หรือเรียนออนไลน์ หูฟังแบบ Over-Ear จะช่วยลดแรงกดรอบใบหูได้ดีกว่า ส่วนผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสามารถเลือก In-Ear หรือ Earbud ที่มีน้ำหนักเบาและออกแบบให้เหมาะกับรูปทรงหู

หูฟังครอบหูปวดหูน้อยกว่าหูฟัง In-Ear จริงหรือไม่?

โดยทั่วไป หูฟังแบบ Over-Ear จะกระจายแรงกดรอบใบหู จึงเหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ขณะที่หูฟัง In-Ear มีข้อดีเรื่องความกระชับและการพกพา แต่ควรเลือกจุกหูฟังให้พอดีกับขนาดหูเพื่อลดอาการเจ็บหรืออึดอัด

หูฟัง ANC ช่วยให้ใส่สบายขึ้นหรือไม่?

ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ไม่ได้ช่วยลดแรงกดของหูฟังโดยตรง แต่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดเสียงดังเกินไป ซึ่งช่วยลดความล้าจากการฟังเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน

ควรพักหูทุกกี่ชั่วโมง?

แนะนำให้พักหูประมาณ 510 นาทีทุก 6090 นาทีของการใช้งานต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงการเปิดเสียงดังเกินความจำเป็น เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าของระบบการได้ยิน

หูฟังรุ่นไหนเหมาะกับการทำงานทั้งวัน?

หากต้องใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง หูฟังแบบ Over-Ear เช่น iSUPER SOUND COMFORT PRO จะเหมาะกว่า เพราะมีเมมโมรี่โฟมช่วยลดแรงกดรอบใบหู พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน

บทสรุป

การเลือกซื้อหูฟังไม่ควรพิจารณาเพียงคุณภาพเสียงหรือดีไซน์เท่านั้น แต่ควรเลือกให้เหมาะกับระยะเวลาการใช้งานและลักษณะการสวมใส่ของแต่ละคน หากคุณใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง หูฟังแบบ Over-Ear จะให้ความสบายมากกว่า ส่วนผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสามารถเลือก In-Ear หรือ Earbud ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และมีน้ำหนักเบา

ทั้ง 3 รุ่นที่แนะนำในบทความนี้มีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในออฟฟิศ การเดินทาง การเรียนออนไลน์ หรือการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน การเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานจะช่วยให้ใช้งานได้สบายขึ้นและลดโอกาสเกิดอาการปวดหูในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy