CADR คืออะไร? เครื่องฟอกอากาศควรเลือก CADR เท่าไร?

เวลาเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ หลายคนอาจเห็นตัวเลขอย่าง CADR 200, CADR 300 หรือ CADR 500 แล้วสงสัยว่า ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร? แล้วถ้าห้องนอนมีขนาด 20 ตารางเมตร ควรเลือก CADR เท่าไรถึงจะเหมาะ?
จริง ๆ แล้ว CADR เป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่ใช้ดูว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถส่งอากาศสะอาดออกมาได้มากแค่ไหน และช่วยให้เราเลือกเครื่องให้เหมาะกับขนาดห้องได้ง่ายขึ้น
บทความนี้จะอธิบายว่า CADR คืออะไร, CADR สูงดีอย่างไร, ห้องขนาดต่าง ๆ ควรเลือก CADR เท่าไร และ CADR ต่างจาก HEPA Filter อย่างไร เพื่อให้เลือกเครื่องฟอกอากาศได้ตรงกับพื้นที่ใช้งานมากขึ้น
CADR คืออะไร?
CADR ย่อมาจาก Clean Air Delivery Rate หรืออัตราการส่งมอบอากาศสะอาด เป็นค่าที่ใช้บอกปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองและถูกส่งกลับเข้าสู่พื้นที่ต่อหน่วยเวลา
พูดง่าย ๆ คือ CADR ยิ่งสูง เครื่องฟอกอากาศก็สามารถจัดการกับอนุภาคในอากาศได้เร็วขึ้น และเหมาะกับพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เมื่อเงื่อนไขอื่นใกล้เคียงกัน
EPA ของสหรัฐฯ ระบุว่า CADR เป็นตัวชี้วัดปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองซึ่งเครื่องฟอกอากาศส่งมอบ และเครื่องที่มี CADR สูงกว่าจะสามารถกรองอนุภาคได้มากกว่าและรองรับพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า
CADR วัดอะไร?
CADR ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเดียวในทุกกรณี เพราะมาตรฐาน CADR สามารถแยกตามประเภทของอนุภาคที่ใช้ทดสอบ เช่น
| ค่า CADR | ใช้แทนอนุภาค | เหมาะสำหรับดูอะไร |
|---|---|---|
| Smoke CADR | อนุภาคขนาดเล็ก | PM2.5 และอนุภาคละเอียด |
| Dust CADR | ฝุ่น | อนุภาคฝุ่นทั่วไป |
| Pollen CADR | ละอองเกสร | อนุภาคขนาดใหญ่กว่า |
AHAM อธิบายว่า CADR สามารถแสดงแยกเป็น Smoke, Dust และ Pollen โดยค่าที่สูงกว่าหมายถึงเครื่องสามารถกรองอนุภาคประเภทนั้นได้เร็วขึ้น
หากจุดประสงค์หลักคือการจัดการ PM2.5 หรืออนุภาคขนาดเล็ก ควรให้ความสนใจกับ Smoke CADR หากผู้ผลิตหรือฉลากระบุค่าแยกประเภทไว้ เพราะ Smoke ใช้เป็นตัวแทนของอนุภาคขนาดเล็กในการทดสอบ CADR
CADR สูง แปลว่าเครื่องฟอกอากาศดีกว่าเสมอไหม?
ไม่ควรดู CADR เพียงตัวเดียว
CADR เป็นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรอง แต่การเลือกเครื่องฟอกอากาศควรดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
- ขนาดห้องที่ต้องการใช้งาน
- ประเภทและประสิทธิภาพของ Filter
- ค่า CADR ที่ระบุเป็น Smoke, Dust หรือ Pollen
- ระดับเสียง
- การใช้พลังงาน
- ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน Filter
- ความเร็วพัดลมและโหมดการทำงาน
- ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ
EPA ระบุว่าความเร็วพัดลมและระยะเวลาที่เครื่องทำงานก็มีผลต่อปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองด้วย ดังนั้นเครื่องที่มี CADR สูงแต่ใช้งานด้วยความเร็วต่ำมากตลอดเวลา อาจให้ผลแตกต่างจากการใช้งานที่ความเร็วสูงสุดตามเงื่อนไขการทดสอบ
เครื่องฟอกอากาศควรเลือก CADR เท่าไร?
หลักสำคัญคือ ต้องดู CADR ให้สัมพันธ์กับขนาดห้อง
แนวทางของ AHAM ใช้หลักประมาณว่า Smoke CADR ควรมีอย่างน้อยประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ห้องเมื่อวัดเป็นตารางฟุต เพื่อให้ได้อัตราการหมุนเวียนอากาศประมาณ 4.8 ครั้งต่อชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขมาตรฐานที่กำหนด
สำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย สามารถใช้หลักนี้เป็นแนวทาง แล้วดูค่าพื้นที่ที่ผู้ผลิตระบุประกอบด้วย
ตาราง CADR ตามขนาดห้อง
| ขนาดห้องโดยประมาณ | พื้นที่โดยประมาณ | CADR ขั้นต่ำโดยประมาณ* |
|---|---|---|
| 10 ตร.ม. | 108 sq ft | ประมาณ 70 CFM |
| 15 ตร.ม. | 161 sq ft | ประมาณ 105 CFM |
| 20 ตร.ม. | 215 sq ft | ประมาณ 145 CFM |
| 25 ตร.ม. | 269 sq ft | ประมาณ 180 CFM |
| 30 ตร.ม. | 323 sq ft | ประมาณ 215 CFM |
| 40 ตร.ม. | 431 sq ft | ประมาณ 290 CFM |
| 50 ตร.ม. | 538 sq ft | ประมาณ 360 CFM |
*ตัวเลขเป็นการประมาณจากหลัก 2/3 ของพื้นที่ห้องตามแนวทาง AHAM และใช้สำหรับเป็นแนวทางในการเลือก ไม่ใช่ค่ารับรองเฉพาะรุ่น
EPA มีตารางอีกชุดที่ใช้สำหรับประมาณการ โดยระบุว่า ห้อง 100, 200, 300, 400, 500 และ 600 ตารางฟุต ต้องการ CADR ขั้นต่ำประมาณ 65, 130, 195, 260, 325 และ 390 CFM ตามลำดับ และค่าดังกล่าวอิงกับเพดานสูงประมาณ 8 ฟุต
ถ้าห้อง 20 ตารางเมตร ควรเลือก CADR เท่าไร?
ลองคำนวณจากหลัก 2 ใน 3 ของพื้นที่
ห้อง 20 ตารางเมตร 215 ตารางฟุต
215 × 2/3 143 CFM
ดังนั้น หากใช้หลักนี้เป็นแนวทาง เครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องประมาณ 20 ตารางเมตรควรมี Smoke CADR ประมาณ 145 CFM ขึ้นไป
แต่ถ้าผู้ผลิตระบุ CADR เป็นหน่วยอื่น เช่น m³/h ต้องตรวจสอบหน่วยก่อนนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกัน เพราะ CFM และ m³/h เป็นคนละหน่วย
CADR กับขนาดห้องสัมพันธ์กันอย่างไร?
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าเรามีห้องขนาด 20 ตารางเมตรกับเครื่องฟอกอากาศ 2 เครื่อง
| เครื่อง | CADR | เมื่อใช้ในห้องเดียวกัน |
|---|---|---|
| เครื่อง A | 100 CFM | อาจทำความสะอาดอากาศได้ช้ากว่า |
| เครื่อง B | 200 CFM | มีความสามารถส่งอากาศที่ผ่านการกรองได้มากกว่า |
ไม่ได้หมายความว่าเครื่อง B จะกำจัดมลพิษได้ สองเท่า ในทุกสถานการณ์ แต่เมื่อปัจจัยอื่นใกล้เคียงกัน CADR ที่สูงกว่าจะทำให้เครื่องสามารถส่งอากาศที่ผ่านการกรองได้มากขึ้นต่อหน่วยเวลา
ห้องใหญ่ควรซื้อเครื่องเดียว CADR สูง หรือหลายเครื่อง?
ถ้าเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ การใช้เครื่องเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกเดียว
EPA ระบุว่าหากพื้นที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เครื่องฟอกอากาศรุ่นใดรุ่นหนึ่งจะรองรับได้ สามารถพิจารณาใช้เครื่องฟอกอากาศหลายเครื่องเพื่อช่วยครอบคลุมพื้นที่ได้
ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีพื้นที่เปิดโล่งระหว่างห้องนั่งเล่นกับพื้นที่รับประทานอาหาร ควรพิจารณา พื้นที่ทั้งหมดที่เครื่องต้องรับผิดชอบ แทนที่จะคำนวณเฉพาะมุมที่วางเครื่อง
เพดานสูง มีผลต่อการเลือก CADR หรือไม่?
มีผล
การคำนวณจากพื้นที่พื้นเพียงอย่างเดียวจะไม่สะท้อนปริมาตรอากาศทั้งหมด หากห้องมีเพดานสูงมากกว่าค่ามาตรฐานที่ใช้ในการประเมิน
ทั้ง EPA และ ENERGY STAR ระบุว่าค่าประมาณขนาดพื้นที่จำนวนหนึ่งอ้างอิงจากเพดานสูงประมาณ 8 ฟุต และหากเพดานสูงกว่านั้นควรพิจารณาเครื่องที่มีความสามารถรองรับพื้นที่มากขึ้น
CADR กับ HEPA Filter ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | CADR | HEPA Filter |
|---|---|---|
| คืออะไร? | ค่าความสามารถในการส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรอง | ประเภทของไส้กรองสำหรับดักจับอนุภาค |
| บอกอะไร? | ปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองต่อเวลา | ประสิทธิภาพการดักจับอนุภาคของ Filter ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง |
| ใช้เลือกอะไร? | ขนาดเครื่องให้เหมาะกับห้อง | ประเภทระบบกรอง |
| เกี่ยวข้องกันไหม? | เครื่องที่ใช้ HEPA สามารถมี CADR สูงหรือต่ำได้ ขึ้นอยู่กับระบบโดยรวมของเครื่อง | |
ดังนั้น HEPA ไม่ได้แปลว่า CADR สูงโดยอัตโนมัติ และ CADR สูงก็ไม่ได้หมายความว่าเครื่องนั้นใช้ HEPA เสมอไป
EPA ระบุว่าเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาหลายรุ่นสามารถทำ CADR สูงได้ด้วยการใช้ HEPA Filter แต่ CADR และประเภท Filter เป็นข้อมูลคนละด้านกัน
CADR สูงแต่ Filter ไม่ดี ยังมีประโยชน์ไหม?
CADR เป็นตัวเลขที่สะท้อนการส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรอง ดังนั้นไม่ควรตีความว่า CADR เป็นเพียง แรงลม อย่างเดียว
ในทางเทคนิค CADR เกี่ยวข้องกับทั้ง อัตราการไหลของอากาศและประสิทธิภาพในการกำจัดอนุภาค โดย EPA อธิบายว่า CADR เป็นผลจากประสิทธิภาพการกำจัดมลพิษประเภทนั้นร่วมกับอัตราการไหลของอากาศผ่านเครื่อง
เพราะฉะนั้นเวลาซื้อเครื่องฟอกอากาศ ไม่ควรดูแค่ตัวเลข Airflow หรือขนาดพัดลม แต่ควรดู CADR ที่ผ่านการทดสอบและระบุสำหรับรุ่นนั้นด้วย
CADR ใช้ดูเรื่องกลิ่นและ VOC ได้ไหม?
ตรงนี้ต้องระวัง เพราะ CADR ที่ใช้กันทั่วไปเป็นการประเมินสำหรับอนุภาค ไม่ใช่มาตรวัดประสิทธิภาพการกำจัดก๊าซหรือ VOC โดยตรง
EPA ระบุว่าระบบ CADR ที่ใช้ทั่วไปเน้นการกำจัดอนุภาค ขณะที่การจัดการก๊าซและกลิ่นควรพิจารณา Activated Carbon หรือวัสดุดูดซับก๊าซที่ออกแบบมาสำหรับงานดังกล่าว
ดังนั้น ถ้าจุดประสงค์หลักคือ ลด PM2.5 ให้เน้น CADR และระบบกรองอนุภาค แต่ถ้าต้องการจัดการ กลิ่น ควัน หรือ VOC ควรดูระบบ Activated Carbon เพิ่มด้วย
CADR เยอะเกินไป มีข้อเสียไหม?
การเลือกเครื่องที่มี CADR สูงกว่าขั้นต่ำไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องไม่ดี เครื่องที่มี CADR สูงกว่าสามารถทำให้อากาศในพื้นที่ผ่านระบบกรองได้เร็วขึ้นเมื่อใช้งานด้วยระดับพัดลมที่เหมาะสม
แต่เครื่องขนาดใหญ่ขึ้นอาจมีต้นทุนสูงกว่า ใช้พลังงานมากกว่าในบางโหมด และอาจมีเสียงมากขึ้นเมื่อเปิดพัดลมระดับสูง
EPA ยังชี้ว่าเสียงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องฟอกอากาศ เพราะหากเครื่องเสียงดังจนผู้ใช้ไม่ต้องการเปิดใช้งาน ก็อาจลดประโยชน์จากการกรองอากาศในชีวิตประจำวันได้
วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศจาก CADR แบบง่าย ๆ
- วัดขนาดห้อง โดยคำนวณความกว้าง × ความยาว
- ดูขนาดพื้นที่ที่เครื่องรองรับ จากข้อมูลผู้ผลิต
- ตรวจค่า CADR โดยเฉพาะ Smoke CADR หากเน้น PM2.5
- เปรียบเทียบ CADR กับขนาดห้อง ไม่ใช่ดูตัวเลข CADR อย่างเดียว
- ดู Filter ว่าเหมาะกับสิ่งที่ต้องการกำจัดหรือไม่
- ดูเสียงและพลังงาน โดยเฉพาะถ้าต้องเปิดเครื่องตอนนอน
- เช็กค่าเปลี่ยน Filter ก่อนซื้อ เพราะเป็นต้นทุนระยะยาว
สรุป CADR คืออะไร?
CADR หรือ Clean Air Delivery Rate คือค่าที่ใช้บอกความสามารถในการส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรองของเครื่องฟอกอากาศ โดยค่าที่สูงขึ้นโดยทั่วไปหมายถึงสามารถส่งอากาศที่ผ่านการกรองได้มากขึ้นต่อหน่วยเวลา
การเลือก CADR ควรเริ่มจาก ขนาดห้อง ไม่ใช่เลือกจากตัวเลขที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว โดยแนวทาง AHAM ใช้ Smoke CADR อย่างน้อยประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ห้องเมื่อแปลงเป็นตารางฟุต และ EPA ก็มีแนวทางการเลือก CADR ตามขนาดพื้นที่เช่นกัน
และถ้าต้องการกรอง PM2.5 อย่าลืมดู Smoke CADR ขณะที่ถ้าต้องการจัดการกลิ่นหรือ VOC ควรดู Activated Carbon เพิ่ม เพราะ CADR ทั่วไปไม่ได้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการกำจัดก๊าซโดยตรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CADR
CADR ยิ่งสูงยิ่งดีไหม?
CADR ที่สูงขึ้นหมายถึงเครื่องสามารถส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรองได้มากขึ้นต่อหน่วยเวลา แต่ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดห้องและลักษณะการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป
ห้อง 20 ตารางเมตรควรใช้ CADR เท่าไร?
ตามแนวทางประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ เมื่อแปลง 20 ตารางเมตรเป็นประมาณ 215 ตารางฟุต จะได้ CADR ประมาณ 143 CFM ดังนั้นสามารถมองหา Smoke CADR ประมาณ 145 CFM ขึ้นไปเป็นจุดเริ่มต้นในการเปรียบเทียบ
CADR กับ Airflow เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน Airflow เป็นอัตราการไหลของอากาศ ส่วน CADR คำนึงถึงทั้งปริมาณลมและประสิทธิภาพในการกำจัดอนุภาค จึงเหมาะสำหรับใช้เปรียบเทียบความสามารถในการส่งมอบอากาศที่ผ่านการกรองมากกว่า
CADR ใช้ดูการกำจัดกลิ่นได้ไหม?
CADR ที่ใช้ทั่วไปเน้นการกำจัดอนุภาค ไม่ใช่ค่ามาตรฐานสำหรับวัดการกำจัดก๊าซหรือ VOC หากต้องการลดกลิ่นควรตรวจสอบว่ามี Activated Carbon หรือระบบกรองก๊าซที่เหมาะสมหรือไม่
เพดานสูงต้องเลือก CADR สูงขึ้นหรือไม่?
ควรพิจารณา เนื่องจากห้องที่มีเพดานสูงจะมีปริมาตรอากาศมากกว่าห้องที่มีพื้นที่พื้นเท่ากัน แนวทางของ EPA ระบุว่าการประมาณขนาดพื้นที่บางชุดอิงกับเพดานสูงประมาณ 8 ฟุต และหากสูงกว่านั้นควรพิจารณาเครื่องที่รองรับพื้นที่มากขึ้น


