แชร์

HEPA Filter กับ Nano Filter ต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับเครื่องฟอกอากาศ

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
HEPA_Filter_กับ_Nano_Filter_ต่างกันอย่างไร

HEPA Filter กับ Nano Filter เป็นคำที่เราเห็นบ่อยขึ้นในเครื่องฟอกอากาศ โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก แต่หลายคนอาจสงสัยว่า Nano Filter กรองได้ละเอียดกว่า HEPA จริงหรือไม่ และถ้ากำลังเลือกเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง ควรเลือกแบบไหนดี?

คำตอบที่สำคัญคือ อย่าดูแค่คำว่า HEPA หรือ Nano บนกล่อง เพราะคำว่า HEPA มีนิยามด้านประสิทธิภาพการกรองที่ชัดเจนกว่า ขณะที่คำว่า Nano Filter สามารถถูกใช้เรียกวัสดุหรือเทคโนโลยีการกรองหลายรูปแบบในตลาด

บทความนี้ iSUPER จะพาไปดูความแตกต่างระหว่าง HEPA Filter และ Nano Filter ตั้งแต่หลักการทำงาน การกรอง PM2.5 อายุการใช้งาน ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับเครื่องฟอกอากาศที่ใช้อยู่

 

HEPA Filter คืออะไร?

HEPA ย่อมาจาก High-Efficiency Particulate Air เป็นตัวกรองอากาศแบบ Mechanical Filter ที่ใช้โครงสร้างเส้นใยละเอียดในการดักจับอนุภาคที่ผ่านเข้าไปในตัวกรอง

ตามข้อมูลของ U.S. Environmental Protection Agency หรือ EPA ตัวกรอง HEPA สามารถดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97% ภายใต้เกณฑ์ที่ใช้กำหนดประสิทธิภาพของ HEPA โดยขนาด 0.3 ไมครอนเป็นขนาดที่ใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับอนุภาคที่ทะลุผ่านได้ยากที่สุดในเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่า HEPA จะกรองได้เฉพาะอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนเท่านั้น

อนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือเล็กกว่านั้นก็สามารถถูกดักจับได้เช่นกัน และประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของตัวกรองและเงื่อนไขการใช้งานด้วย

HEPA จึงเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ในเครื่องฟอกอากาศจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับอนุภาคในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 ละอองเกสร เชื้อรา และอนุภาคอื่น ๆ

สรุปง่าย ๆ: HEPA เป็นชื่อประเภทของตัวกรองที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพการดักจับอนุภาคที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงคำที่สื่อว่า กรองละเอียด

 

Nano Filter คืออะไร?

คำว่า Nano Filter ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้มีความหมายเดียวกันในผลิตภัณฑ์ทุกแบรนด์

ในบางผลิตภัณฑ์ Nano Filter อาจหมายถึงตัวกรองที่ใช้ เส้นใยระดับนาโน (nanofiber) ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใยเล็กมาก ทำให้สามารถออกแบบโครงสร้างตัวกรองที่มีพื้นที่ผิวสูงและมีลักษณะการดักจับอนุภาคที่แตกต่างจากตัวกรองเส้นใยทั่วไปได้

อย่างไรก็ตาม คำว่า Nano ไม่ได้เป็นมาตรฐานประสิทธิภาพเดียวกับ HEPA ดังนั้นการเห็นคำว่า Nano Filter ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าตัวกรองนั้นกรอง PM2.5 ได้ดีกว่า HEPA หรือมีประสิทธิภาพสูงกว่า HEPA

ถ้าผู้ผลิตระบุว่าเป็น nanofiber filter หรือใช้วัสดุเส้นใยระดับนาโน ควรดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ประสิทธิภาพการดักจับอนุภาค ขนาดอนุภาคที่ใช้ทดสอบ ค่า pressure drop และมาตรฐานที่ใช้ทดสอบ แทนการตัดสินจากคำว่า Nano เพียงอย่างเดียว

 

HEPA Filter กับ Nano Filter ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ HEPA Filter Nano Filter
ความหมาย ประเภทของ Mechanical Air Filter ที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพกำหนด คำที่ใช้เรียกเทคโนโลยีหรือวัสดุกรองที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างระดับนาโนในบางผลิตภัณฑ์
มาตรฐาน มีเกณฑ์ประสิทธิภาพ HEPA ที่ชัดเจน คำว่า Nano เพียงอย่างเดียวไม่ได้กำหนดประสิทธิภาพการกรอง
การกรองอนุภาค ออกแบบมาเพื่อดักจับอนุภาคขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและข้อมูลประสิทธิภาพของวัสดุแต่ละชนิด
PM2.5 เหมาะสำหรับการกรองอนุภาคขนาดเล็กเมื่อใช้ในระบบที่ออกแบบเหมาะสม สามารถออกแบบให้ดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ แต่ควรดูข้อมูลการทดสอบจริง
การเลือกซื้อ ดูมาตรฐาน ประสิทธิภาพ CADR และความเหมาะสมกับห้อง ควรดูประสิทธิภาพการกรองและข้อมูลจากผู้ผลิต ไม่ควรดูคำว่า Nano อย่างเดียว

 

HEPA Filter กับ Nano Filter กรอง PM2.5 ได้ไหม?

ได้ทั้งคู่ในกรณีที่ตัวกรองถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดเล็ก แต่ไม่ควรสรุปจากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกินประมาณ 2.5 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าฝุ่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหลายเท่า

HEPA จึงเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภค เพราะมีนิยามด้านประสิทธิภาพที่ชัดเจน โดย EPA ระบุว่า HEPA สามารถดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97% ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับ Nano Filter ต้องดูข้อมูลของผลิตภัณฑ์เป็นรายรุ่น เช่น ประสิทธิภาพการดักจับอนุภาคที่ผู้ผลิตทดสอบ วิธีทดสอบ และค่า airflow หรือ pressure drop

ดังนั้น ถ้าเป้าหมายหลักคือการลด PM2.5 อย่าเลือกจากคำว่า Nano หรือ HEPA เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูทั้งประสิทธิภาพของตัวกรองและประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศโดยรวม

 

แล้ว Nano Filter กรองได้ดีกว่า HEPA หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่สามารถสรุปว่า Nano Filter ดีกว่า HEPA ได้จากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

ตัวกรอง nanofiber บางชนิดสามารถออกแบบให้มีพื้นที่ผิวสูงและมีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาค พร้อมลดความต้านทานการไหลของอากาศในบางการออกแบบได้ แต่ประสิทธิภาพจริงต้องดูจากวัสดุ โครงสร้าง ความหนาแน่นของเส้นใย และเงื่อนไขการทดสอบ

ในทางกลับกัน HEPA ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกตัวกรองที่มีคำว่า HEPA จะให้ผลลัพธ์เหมือนกันในเครื่องฟอกอากาศทุกเครื่อง เพราะประสิทธิภาพของระบบยังขึ้นอยู่กับการออกแบบเครื่อง การรั่วของอากาศ และปริมาณอากาศที่ผ่านตัวกรอง

ดังนั้นเวลาซื้อเครื่องฟอกอากาศ ให้มอง ระบบกรองทั้งระบบ มากกว่ามองชื่อ Filter เพียงคำเดียว

 

สิ่งสำคัญกว่าการเลือก HEPA หรือ Nano คือ CADR

หลายคนเลือกเครื่องฟอกอากาศจากคำว่า HEPA หรือ Nano แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ CADR หรือ Clean Air Delivery Rate

CADR ช่วยบอกความสามารถของเครื่องในการส่งมอบอากาศที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว โดย EPA แนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มี CADR เหมาะสมกับขนาดห้อง

เครื่องที่ใช้ตัวกรองประสิทธิภาพสูงแต่มีขนาดเล็กเกินไปสำหรับห้อง อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพราะปริมาณอากาศที่สามารถหมุนเวียนและกรองได้ไม่เพียงพอ

ในทางกลับกัน เครื่องที่มี CADR เหมาะกับห้องและใช้ระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถช่วยลดอนุภาคในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

จำง่าย ๆ: Filter ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Airflow และ CADR ที่เหมาะกับห้องด้วย

 

HEPA Filter เหมาะกับใคร?

HEPA Filter เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นการกรองอนุภาคในอากาศ และต้องการตัวเลือกที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพการกรองชัดเจน

  • บ้านที่ต้องการลดฝุ่น PM2.5
  • ห้องนอนที่ต้องการลดอนุภาคในอากาศ
  • บ้านในพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง
  • บ้านที่มีฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
  • คนที่ต้องการเลือกเครื่องฟอกอากาศโดยอ้างอิงมาตรฐานของตัวกรอง

Nano Filter เหมาะกับใคร?

Nano Filter สามารถเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากผู้ผลิตมีข้อมูลทางเทคนิคที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัสดุกรอง และออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้งานในเครื่องฟอกอากาศ

สิ่งที่ควรดูไม่ใช่เพียงคำว่า Nano แต่ควรตรวจสอบว่า Nano Filter รุ่นนั้นสามารถดักจับอนุภาคขนาดใด มีประสิทธิภาพเท่าไร และผ่านการทดสอบด้วยวิธีใด

หากข้อมูลทางเทคนิคไม่ชัดเจน การเลือก HEPA ที่มีข้อมูลประสิทธิภาพและมาตรฐานอ้างอิงชัดเจนอาจเป็นทางเลือกที่เข้าใจง่ายกว่า

ถ้าเน้น PM2.5 ควรเลือก HEPA หรือ Nano Filter?

ถ้าโจทย์ของคุณคือ ต้องการลด PM2.5 ในห้อง และกำลังเลือกระหว่างเครื่องที่ใช้ HEPA กับเครื่องที่ใช้ Nano Filter ให้พิจารณาตามลำดับนี้

  1. ดูประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของตัวกรอง
  2. ดูมาตรฐานหรือวิธีการทดสอบที่ผู้ผลิตใช้
  3. ดู CADR ของเครื่อง
  4. ดูขนาดห้องที่เครื่องรองรับ
  5. ดูค่าใช้จ่ายและความพร้อมของไส้กรองเปลี่ยน
  6. ดูอายุการใช้งานและคำแนะนำในการบำรุงรักษา

ถ้าเครื่องหนึ่งระบุเพียงว่า Nano Filter แต่ไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพการกรองที่ตรวจสอบได้ ขณะที่อีกเครื่องระบุ HEPA พร้อมข้อมูลประสิทธิภาพและ CADR อย่างชัดเจน การเลือกเครื่องที่มีข้อมูลทางเทคนิคครบถ้วนจะช่วยให้เปรียบเทียบได้ง่ายกว่า

HEPA Filter และ Nano Filter สามารถใช้ร่วมกันได้ไหม?

สามารถออกแบบระบบให้ใช้วัสดุกรองหลายชั้นร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต

ตัวอย่างเช่น เครื่องฟอกอากาศหนึ่งเครื่องอาจมี Pre-filter สำหรับดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ ตามด้วยตัวกรองอนุภาคประสิทธิภาพสูง และ Activated Carbon สำหรับดูดซับก๊าซและกลิ่น

EPA ระบุว่าเครื่องฟอกอากาศจำนวนมากใช้ตัวกรองมากกว่าหนึ่งชนิด เพราะตัวกรองแต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น ตัวกรองสำหรับอนุภาคและตัวกรองสำหรับก๊าซหรือกลิ่น

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคิดว่า HEPA กับ Nano ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบกรองหลายขั้นตอนได้

HEPA Filter กับ Nano Filter อะไรกรองกลิ่นได้ดีกว่า?

ถ้าพูดถึง กลิ่นและก๊าซ อย่าคาดหวังให้ HEPA หรือ Nano Filter เป็นตัวหลัก เพราะตัวกรองอนุภาคถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับอนุภาคในอากาศ

สำหรับกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs เครื่องฟอกอากาศมักใช้ Activated Carbon Filter หรือวัสดุดูดซับก๊าซโดยเฉพาะ

EPA ระบุว่าเครื่องฟอกอากาศที่ต้องการกรองทั้งอนุภาคและก๊าซอาจใช้ตัวกรองสำหรับอนุภาคร่วมกับ Activated Carbon หรือวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับก๊าซ

ดังนั้น หากโจทย์คือ ฝุ่น PM2.5 + กลิ่นอาหาร + กลิ่นควัน ระบบที่มีทั้งตัวกรองอนุภาคและ Activated Carbon จะเหมาะสมกว่าการเลือก HEPA หรือ Nano จากชื่อเพียงอย่างเดียว

เลือกเครื่องฟอกอากาศอย่างไรให้ไม่หลงคำว่า HEPA และ Nano?

เวลาเลือกเครื่องฟอกอากาศ อย่าเพิ่งตัดสินจากคำโฆษณาว่า Nano, Ultra Fine, Micro Filter หรือแม้แต่ HEPA เพียงคำเดียว

ลองเช็ก 5 ข้อนี้ก่อนซื้อ:

  1. มีข้อมูลประสิทธิภาพการกรองหรือไม่?
  2. ระบุขนาดอนุภาคที่ใช้ทดสอบหรือไม่?
  3. มี CADR หรือข้อมูล Airflow หรือไม่?
  4. เหมาะกับขนาดห้องของเราหรือไม่?
  5. มีไส้กรองเปลี่ยนและมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่รับได้หรือไม่?

เพราะสุดท้ายแล้ว เครื่องฟอกอากาศที่ดีไม่ได้วัดจากชื่อ Filter เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า ระบบสามารถดึงอากาศเข้าไปกรองได้มากแค่ไหน และกรองอนุภาคได้มีประสิทธิภาพเพียงใด

สรุป HEPA Filter กับ Nano Filter แบบไหนดีกว่า?

ถ้าถามว่า HEPA Filter กับ Nano Filter แบบไหนดีกว่า? คำตอบไม่ได้อยู่ที่คำว่า HEPA หรือ Nano เพียงอย่างเดียว

HEPA Filter มีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นประเภทตัวกรองที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพชัดเจน และเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเครื่องฟอกอากาศสำหรับดักจับอนุภาค

ส่วน Nano Filter สามารถหมายถึงวัสดุหรือโครงสร้างตัวกรองที่ใช้เส้นใยระดับนาโน แต่คำว่า Nano เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าตัวกรองมีประสิทธิภาพสูงกว่า HEPA

หากกำลังเลือกเครื่องฟอกอากาศเพื่อจัดการกับ PM2.5 ให้ดู ประสิทธิภาพตัวกรอง + CADR + ขนาดห้อง + ระบบกรองโดยรวม + ค่าเปลี่ยนไส้กรอง ควบคู่กัน

สรุปแบบสั้นที่สุด: ถ้าอยากเลือกง่ายและต้องการข้อมูลมาตรฐานที่ชัดเจน HEPA เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ถ้าเป็น Nano Filter ต้องดูข้อมูลประสิทธิภาพของรุ่นนั้นเป็นรายตัว อย่าตัดสินจากคำว่า Nano เพียงอย่างเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

หากกำลังเลือกหรือดูแลไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ แนะนำอ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม:

 

FAQ: HEPA Filter กับ Nano Filter

HEPA Filter กับ Nano Filter ต่างกันอย่างไร?

HEPA เป็นประเภท Mechanical Air Filter ที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพการกรองกำหนดไว้ ส่วน Nano Filter เป็นคำที่อาจใช้เรียกวัสดุหรือเทคโนโลยีกรองที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างระดับนาโน จึงต้องดูข้อมูลประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม

Nano Filter กรอง PM2.5 ได้ไหม?

สามารถกรอง PM2.5 ได้หากตัวกรองได้รับการออกแบบและทดสอบให้มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดดังกล่าว แต่ไม่ควรสรุปจากคำว่า Nano เพียงอย่างเดียว ควรดูข้อมูลการทดสอบจากผู้ผลิต

HEPA Filter กรอง PM2.5 ได้ไหม?

ได้ โดย HEPA เป็นตัวกรองสำหรับอนุภาคประสิทธิภาพสูง และ EPA ระบุว่า HEPA สามารถดักจับอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 99.97% ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด

Nano Filter ดีกว่า HEPA หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้จากชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว Nano Filter บางชนิดอาจมีประสิทธิภาพสูง แต่ต้องดูวัสดุ โครงสร้าง วิธีทดสอบ และข้อมูลประสิทธิภาพจริง ส่วน HEPA มีเกณฑ์ประสิทธิภาพที่ชัดเจนกว่า

ถ้าเน้น PM2.5 ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศแบบไหน?

ควรเลือกเครื่องที่มีระบบกรองอนุภาคประสิทธิภาพสูงและมี CADR เหมาะสมกับขนาดห้อง โดยดูข้อมูลประสิทธิภาพของตัวกรองและคำแนะนำจากผู้ผลิตประกอบกัน

HEPA Filter กรองกลิ่นได้ไหม?

HEPA เน้นการดักจับอนุภาค ไม่ใช่การกำจัดก๊าซและกลิ่นโดยตรง หากต้องการจัดการกลิ่นหรือ VOCs ควรเลือกเครื่องที่มี Activated Carbon หรือวัสดุดูดซับก๊าซร่วมด้วย

 

แหล่งอ้างอิง


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy