ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น เกิดจากอะไร? แก้ยังไงโดยไม่ทำให้ไส้กรองเสีย

ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น ทั้งที่เพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่นาน หรือบางครั้งเครื่องทำงานตามปกติ แต่กลับมีกลิ่นอับ กลิ่นฝุ่น หรือกลิ่นแปลก ๆ ออกมาจากช่องลม จนสงสัยว่าเครื่องฟอกอากาศกำลังช่วยให้อากาศสะอาดขึ้น หรือกำลังเพิ่มกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้ห้องกันแน่?
ปัญหาไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นสะสม ความชื้น กลิ่นจากควันและสารระเหยที่ไส้กรองดูดซับไว้ หรือไส้กรองที่ใช้งานมานานจนถึงเวลาต้องเปลี่ยน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ไส้กรองบางชนิดไม่สามารถล้างน้ำหรือใช้น้ำยาทำความสะอาดได้ เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง
บทความนี้จะพาไปเช็ก 7 สาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีจัดการกลิ่นอย่างถูกต้อง โดยไม่ทำให้ไส้กรองเสียหายก่อนเวลาอันควร
ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น เกิดจากอะไร?
ก่อนแก้ปัญหา ต้องเข้าใจก่อนว่าไส้กรองเครื่องฟอกอากาศไม่ได้ทำหน้าที่แค่ดักจับฝุ่น PM2.5 เท่านั้น เพราะไส้กรองแต่ละชั้นอาจมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น
- Pre-filter: ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม ขนสัตว์ และเศษสิ่งสกปรก
- HEPA Filter: ดักจับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่นละเอียดและสารก่อภูมิแพ้บางชนิด
- Activated Carbon: ช่วยดูดซับกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) บางชนิด
เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ ไส้กรองอาจสะสมฝุ่น กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนจากอากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องที่มีการทำอาหาร สูบบุหรี่ ใช้สเปรย์ หรือมีสัตว์เลี้ยง หากไส้กรองเริ่มอิ่มตัวหรือมีความชื้นสะสม ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
อย่างไรก็ตาม กลิ่นที่ออกจากเครื่องไม่ได้หมายความว่าไส้กรองเสียเสมอไป บางครั้งอาจเกิดจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกบริเวณตัวเครื่อง พัดลม หรือช่องลมที่ไม่ได้ทำความสะอาดด้วยเช่นกัน
7 สาเหตุที่ทำให้ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น
1. ฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมบน Pre-filter มากเกินไป
Pre-filter เป็นชั้นกรองด่านแรกที่รับฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม ขนสัตว์ และเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมจนเกิดกลิ่นอับหรือกลิ่นฝุ่น โดยเฉพาะเมื่อมีขนสัตว์หรือสิ่งสกปรกจากภายนอกปะปนอยู่
วิธีแก้ไข:
- ตรวจสอบว่าเครื่องรุ่นที่ใช้งานมี Pre-filter แบบถอดทำความสะอาดได้หรือไม่
- ใช้แปรงขนนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่นกำลังเบาเพื่อกำจัดฝุ่นที่เกาะอยู่
- หากผู้ผลิตระบุว่าสามารถล้างน้ำได้ ให้ทำตามขั้นตอนในคู่มือ
- ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนติดตั้งกลับเข้าเครื่อง
การดูแล Pre-filter สม่ำเสมอช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลต่อกลิ่นและการไหลเวียนของอากาศได้
2. ไส้กรองมีความชื้นสะสมจนเกิดกลิ่นอับ
ความชื้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะในห้องที่มีความชื้นสูง วางเครื่องใกล้ห้องน้ำ หรือมีน้ำกระเด็นเข้าไปในตัวเครื่อง
หากไส้กรองหรือส่วนประกอบภายในมีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน อาจเกิดกลิ่นอับและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราได้
วิธีแก้ไข:
- ตรวจสอบว่าตัวเครื่องหรือไส้กรองมีความชื้นผิดปกติหรือไม่
- ย้ายเครื่องไปยังบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท
- หากไส้กรองเปียก ให้ตรวจสอบคู่มือว่าผู้ผลิตอนุญาตให้ทำความสะอาดหรือทำให้แห้งได้อย่างไร
- หากเป็นไส้กรอง HEPA หรือไส้กรองที่ไม่รองรับน้ำ ไม่ควรนำไปล้างหรือเป่าด้วยความร้อน
หากไส้กรองมีเชื้อราที่มองเห็นได้ มีกลิ่นอับรุนแรง หรือยังมีกลิ่นหลังจากตรวจสอบสาเหตุแล้ว ควรพิจารณาเปลี่ยนไส้กรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรพยายามกำจัดเชื้อราด้วยน้ำยาทั่วไป
3. Activated Carbon ดูดซับกลิ่นจนเริ่มอิ่มตัว
ไส้กรอง Activated Carbon หรือคาร์บอนกัมมันต์ มีหน้าที่ช่วยดูดซับกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิด เช่น กลิ่นอาหาร ควัน และกลิ่นจากสารเคมีในชีวิตประจำวัน
แต่ความสามารถในการดูดซับมีขีดจำกัด เมื่อใช้งานไปนาน ๆ พื้นผิวของคาร์บอนอาจมีสารต่าง ๆ สะสมจนประสิทธิภาพลดลง ส่งผลให้เครื่องฟอกอากาศจัดการกลิ่นได้ไม่ดีเหมือนเดิม
วิธีแก้ไข:
- ตรวจสอบอายุการใช้งานของไส้กรองตามที่ผู้ผลิตกำหนด
- สังเกตว่ากลิ่นจากห้องยังคงอยู่ แม้เครื่องทำงานตามปกติหรือไม่
- เปลี่ยนไส้กรองเมื่อถึงกำหนดหรือเมื่อประสิทธิภาพลดลงตามคำแนะนำ
- ลดแหล่งกำเนิดกลิ่น เช่น ควันจากการทำอาหารหรือสเปรย์ที่มีกลิ่นแรง
ข้อควรจำคือ ไม่ควรนำไส้กรอง Activated Carbon ไปแช่น้ำหรือล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด เว้นแต่ผู้ผลิตจะระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถทำได้ เพราะอาจทำให้โครงสร้างและคุณสมบัติการดูดซับเปลี่ยนไป
4. ไส้กรอง HEPA สะสมฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนเป็นเวลานาน
HEPA Filter ทำหน้าที่ดักจับอนุภาคขนาดเล็ก เช่น ฝุ่นละเอียดและสารก่อภูมิแพ้บางชนิด เมื่อใช้งานต่อเนื่อง ฝุ่นจะสะสมอยู่บนวัสดุกรองมากขึ้นตามสภาพแวดล้อมและระยะเวลาการใช้งาน
แม้ HEPA Filter จะไม่ได้มีหน้าที่กำจัดกลิ่นโดยตรง แต่หากมีฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนสะสมมาก ก็อาจมีส่วนทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในห้องที่มีควัน กลิ่นอาหาร หรือสัตว์เลี้ยง
วิธีแก้ไข:
- ตรวจสอบสภาพไส้กรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- หากเป็น HEPA Filter แบบไม่สามารถล้างได้ ห้ามนำไปซักหรือแช่น้ำ
- หลีกเลี่ยงการใช้แปรงแข็งหรือการถูแรง ๆ บนวัสดุกรอง
- เปลี่ยนไส้กรองเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดหรือมีสัญญาณว่าหมดอายุการใช้งาน
การทำความสะอาดผิดวิธีอาจทำให้เส้นใยของวัสดุกรองเสียหาย แม้ภายนอกจะดูสะอาดขึ้น แต่ประสิทธิภาพการกรองอาจลดลงได้
5. กลิ่นจากอาหาร ควัน และสัตว์เลี้ยงสะสมในห้อง
บางครั้งไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น ไม่ได้เกิดจากตัวไส้กรองโดยตรง แต่เกิดจากแหล่งกำเนิดกลิ่นภายในห้องที่มีอยู่ตลอดเวลา เช่น การทำอาหาร กลิ่นจากขยะ กลิ่นสัตว์เลี้ยง ควัน หรือสเปรย์ต่าง ๆ
เมื่อเครื่องดูดอากาศที่มีกลิ่นเหล่านี้เข้าไป ไส้กรองบางประเภทจะช่วยดักจับหรือดูดซับสารปนเปื้อน แต่หากแหล่งกำเนิดกลิ่นยังคงอยู่ กลิ่นก็อาจกลับมาอีกได้
วิธีแก้ไข:
- นำขยะและเศษอาหารออกจากห้องเป็นประจำ
- ทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงใช้งาน
- เปิดระบายอากาศเมื่อมีการทำอาหาร หากสภาพอากาศภายนอกเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการฉีดสเปรย์หรือใช้น้ำหอมใกล้ช่องดูดอากาศของเครื่อง
- ตรวจสอบว่ากลิ่นเกิดจากแหล่งใดก่อนตัดสินใจเปลี่ยนไส้กรอง
การลดต้นตอของกลิ่นช่วยให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้เหมาะสมขึ้น และลดภาระของชั้นกรองที่ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น
6. ตัวเครื่อง พัดลม หรือช่องลมมีฝุ่นสะสม
หากทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองแล้ว แต่ยังมีกลิ่นออกมาจากเครื่อง อาจต้องตรวจสอบส่วนอื่นด้วย เพราะฝุ่นและสิ่งสกปรกสามารถสะสมบริเวณช่องดูดอากาศ ช่องปล่อยลม หรือส่วนประกอบภายในที่เข้าถึงได้ตามคู่มือ
เมื่อพัดลมทำงาน อากาศจะไหลผ่านบริเวณเหล่านี้และอาจพากลิ่นที่สะสมอยู่กระจายออกมาได้
วิธีแก้ไข:
- ปิดเครื่องและถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด
- ใช้ผ้าแห้งหรือผ้านุ่มเช็ดบริเวณช่องลมภายนอก
- ใช้แปรงขนนุ่มกำจัดฝุ่นตามจุดที่คู่มืออนุญาต
- อย่าฉีดน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดเข้าไปในตัวเครื่อง
- หากมีกลิ่นจากพัดลมหรือชิ้นส่วนภายใน ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
อย่าถอดชิ้นส่วนภายในเครื่องเองหากไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายหรือกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้งาน
7. ไส้กรองหมดอายุหรือเสื่อมสภาพแล้ว
ไส้กรองทุกชนิดมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุกรอง รุ่นของเครื่อง และปริมาณฝุ่นหรือกลิ่นในสภาพแวดล้อม หากใช้งานเกินระยะเวลาที่แนะนำ ประสิทธิภาพการกรองและการจัดการกลิ่นอาจลดลง
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
- มีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากเครื่องอย่างต่อเนื่อง
- ไส้กรองมีฝุ่นสะสมมากหรือมีคราบผิดปกติ
- เครื่องแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง
- ประสิทธิภาพในการลดกลิ่นหรือกรองอากาศลดลง
- ใช้งานไส้กรองมานานเกินกำหนดของผู้ผลิต
หากพบหลายอาการร่วมกัน ควรพิจารณาเปลี่ยนไส้กรองใหม่ให้ตรงกับรุ่นของเครื่อง ไม่ควรพยายามยืดอายุการใช้งานด้วยการล้างหรือใช้น้ำยาที่ไม่ได้รับการรับรอง
วิธีแก้ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น โดยไม่ทำให้ไส้กรองเสีย
เมื่อพบว่าไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งรีบใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือฉีดน้ำใส่ไส้กรอง เพราะไส้กรองแต่ละประเภทมีข้อจำกัดในการดูแลไม่เหมือนกัน
ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ก่อน
- ปิดเครื่องและถอดปลั๊ก: ก่อนเปิดฝาครอบหรือถอดไส้กรองทุกครั้ง ควรตัดไฟเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจสอบแหล่งกำเนิดกลิ่น: สังเกตว่ากลิ่นมาจากไส้กรอง ตัวเครื่อง หรือสภาพแวดล้อมภายในห้อง
- แยกประเภทไส้กรอง: ตรวจสอบว่าเป็น Pre-filter, HEPA Filter หรือ Activated Carbon
- ทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่รองรับ: ใช้แปรงขนนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่นกำลังเบากับชิ้นส่วนที่ผู้ผลิตอนุญาต
- หลีกเลี่ยงน้ำและสารเคมี: อย่าล้าง HEPA Filter หรือ Activated Carbon หากคู่มือไม่ได้ระบุว่าสามารถทำได้
- ตรวจสอบความชื้น: ตรวจดูว่าไส้กรองหรือตัวเครื่องเปียกหรือมีความชื้นสะสมหรือไม่
- พิจารณาเปลี่ยนไส้กรอง: หากมีกลิ่นรุนแรง มีเชื้อราที่มองเห็นได้ หรือใช้งานเกินอายุที่แนะนำ ควรเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต
การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การทำให้ไส้กรองดูสะอาดที่สุด แต่คือการดูแลให้วัสดุกรองยังคงทำงานได้ตามคุณสมบัติที่ออกแบบไว้
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น
หลายคนพยายามกำจัดกลิ่นด้วยวิธีที่คุ้นเคยจากการทำความสะอาดบ้าน แต่บางวิธีอาจทำให้ไส้กรองเสียหายโดยไม่รู้ตัว
| วิธีที่ไม่ควรทำ | เหตุผล |
|---|---|
| นำ HEPA Filter ไปซักน้ำ | อาจทำให้โครงสร้างวัสดุกรองเสียหาย |
| ฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่น | อาจเพิ่มสารตกค้างและกลิ่นเข้าไปในวัสดุกรอง |
| ใช้น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ | อาจทำลายวัสดุกรองและทิ้งสารตกค้าง |
| ใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน | ความร้อนอาจทำให้วัสดุหรือชิ้นส่วนเสียรูป |
| ตากไส้กรองกลางแดดจัด | แสงและความร้อนอาจส่งผลต่อวัสดุบางประเภท |
| ใช้แปรงแข็งขัดแรง ๆ | อาจทำให้พื้นผิวและเส้นใยกรองเสียหาย |
หากไม่แน่ใจว่าไส้กรองรุ่นที่ใช้อยู่ทำความสะอาดได้หรือไม่ ควรตรวจสอบคู่มือก่อนเสมอ เพราะการทำความสะอาดผิดวิธีอาจทำให้ต้องเปลี่ยนไส้กรองเร็วกว่ากำหนด
ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแบบไหนทำความสะอาดได้?
ไส้กรองแต่ละประเภทมีวิธีดูแลแตกต่างกัน การรู้จักชนิดของไส้กรองจะช่วยป้องกันความเสียหายจากการทำความสะอาดผิดวิธี
| ประเภทไส้กรอง | การดูแลทั่วไป | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Pre-filter | ปัดฝุ่นหรือดูดฝุ่น และบางรุ่นล้างน้ำได้ | ต้องตรวจสอบคู่มือและปล่อยให้แห้งสนิทหากล้างได้ |
| HEPA Filter | โดยทั่วไปไม่ควรล้างน้ำ หากผู้ผลิตไม่อนุญาต | หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือเป่าลมแรง |
| Activated Carbon | โดยทั่วไปไม่ควรล้างน้ำ | การล้างอาจกระทบความสามารถในการดูดซับกลิ่น |
ตัวอย่างเช่น ไส้กรอง HEPA และ Activated Carbon ที่ใช้ในเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นเป็นชิ้นส่วนที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนเมื่อหมดอายุ ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่สามารถนำไปซักเพื่อคืนประสิทธิภาพได้
ควรเปลี่ยนไส้กรองเครื่องฟอกอากาศเมื่อไร?
ระยะเวลาเปลี่ยนไส้กรองขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน หากอยู่ในพื้นที่ฝุ่นมาก มีควันหรือกลิ่นจากการทำอาหารเป็นประจำ ไส้กรองอาจเสื่อมเร็วกว่าการใช้งานในห้องที่มีมลพิษน้อย
ควรพิจารณาเปลี่ยนไส้กรองเมื่อ:
- เครื่องแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง
- ใช้งานถึงระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด
- มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับต่อเนื่อง แม้ตรวจสอบตัวเครื่องแล้ว
- ไส้กรองมีความเสียหายหรือมีเชื้อราที่มองเห็นได้
- ประสิทธิภาพการกรองหรือการจัดการกลิ่นลดลงอย่างชัดเจน
หากเปลี่ยนไส้กรองใหม่แล้ว เครื่องบางรุ่นอาจต้องรีเซ็ต Filter Life ผ่านปุ่มบนตัวเครื่องหรือแอปพลิเคชันที่รองรับ เพื่อให้ระบบนับอายุไส้กรองเริ่มต้นใหม่ตามรอบการใช้งาน
สรุป ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น แก้ให้ถูกจุดดีกว่าล้างแบบผิดวิธี
ปัญหาไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็นอาจเกิดจากฝุ่นสะสม ความชื้น Activated Carbon ดูดซับกลิ่นจนเริ่มอิ่มตัว ไส้กรอง HEPA ที่ใช้งานมานาน หรือแม้แต่ฝุ่นและสิ่งสกปรกภายในตัวเครื่อง
วิธีแก้ที่เหมาะสมคือเริ่มจากการหาต้นตอของกลิ่น ตรวจสอบประเภทไส้กรอง และทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่ผู้ผลิตอนุญาต ไม่ควรนำ HEPA Filter หรือ Activated Carbon ไปซักน้ำ ฉีดน้ำหอม หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดโดยไม่ตรวจสอบคู่มือก่อน
หากไส้กรองมีกลิ่นรุนแรง มีเชื้อรา หรือใช้งานเกินอายุที่กำหนด การเปลี่ยนไส้กรองใหม่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะสุดท้ายแล้วไส้กรองที่ดีไม่ใช่แค่ดูสะอาด แต่ต้องยังสามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น
1. ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นเหม็น เกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากฝุ่นสะสม ความชื้น กลิ่นจากอาหารและควัน Activated Carbon ที่เริ่มอิ่มตัว หรือไส้กรองที่ใช้งานเกินอายุการใช้งาน ควรตรวจสอบทั้งไส้กรองและตัวเครื่องก่อนแก้ไข
2. ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกลิ่นอับ ล้างน้ำได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับประเภทของไส้กรอง Pre-filter บางรุ่นสามารถล้างน้ำได้ แต่ HEPA Filter และ Activated Carbon โดยทั่วไปไม่ควรล้างน้ำ เว้นแต่ผู้ผลิตระบุไว้อย่างชัดเจน
3. ใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นฉีดใส่ไส้กรองได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้มีสารตกค้างบนวัสดุกรอง เพิ่มกลิ่นที่ไม่ต้องการ และส่งผลต่อประสิทธิภาพของไส้กรอง
4. Activated Carbon มีกลิ่นเหม็น แปลว่าต้องเปลี่ยนแล้วหรือไม่?
อาจเป็นสัญญาณว่าไส้กรองดูดซับกลิ่นมาจนประสิทธิภาพลดลง แต่ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมและแหล่งกำเนิดกลิ่นร่วมด้วย หากใช้งานถึงกำหนดหรือยังมีกลิ่นต่อเนื่อง ควรพิจารณาเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต
5. เปลี่ยนไส้กรองใหม่แล้วแต่เครื่องยังมีกลิ่นเหม็น เกิดจากอะไร?
กลิ่นอาจมาจากช่องลม พัดลม หรือสิ่งสกปรกภายในตัวเครื่อง รวมถึงแหล่งกำเนิดกลิ่นในห้อง ควรทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่คู่มืออนุญาต หากกลิ่นยังไม่หายควรติดต่อศูนย์บริการ


